วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วางแผนการลงทุน

การวางแผนการลงทุนถือเป็นข้อพิจารณาสำคัญในการกำหนดวิถีเส้นทางการลงทุน

1.  วางแผนทางการเงิน  
          คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอันดับแรกที่เราจะต้องพิจารณา คือ ความพร้อมด้านการเงิน ซึ่งควรเป็นเงินที่เหลือเก็บ  เป็นเงินส่วนที่ไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  พร้อมทั้งตรวจสอบภาระหนี้สินปัจจุบันที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนสินทรัพย์ (บ้าน คอนโดมิเนี่ยม รถ คอมพิวเตอร์) การผ่อนชำระบัตรเครดิต (หมวดนี้สำคัญเพราะเป็นการใช้เงินในอนาคตไปแล้ว)  หมวดหนี้สินจะรวมดอกเบี้ยจ่ายด้วย  ดังนั้นภาระหนี้สินจึงจัดค่าใช้จ่ายรายเดือนซึ่งต้องกันเงินไว้ส่วนหนึ่ง  แน่นอนที่สุดหากคุณไม่มีเงินเหลือเก็บคุณก็ไม่ควรกู้ยืมเงินมาลงทุนในหุ้น  เพราะคุณต้องเผื่อค่าความเสี่ยงจากการลงทุน  ไว้สำหรับผ่อนหนักผ่อนเบาตามสถานการณ์หุ้นขึ้น-ลง โดยเฉพาะการลงทุนแบบมีความรู้เตาะแตะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดกระทบสถานะการเงินจะกระทั้งเข็ดและเลิกเล่นหุ้นไปเลย ความผิดมะได้อยู่ที่คุณเล่นหุ้นพลาดแต่ผิดตั้งแต่คุณใช้เงินผิดประเภทมาลงทุน 
         ดังนั้นควรรอบคอบก่อนการลงทุน  เมื่อพร้อมคุณก็เริ่มกำหนดเงินที่จะนำมาลงทุน ย้ำควรเป็นเงินเย็น และหากเสียเงินก้อนนี้ไปจะไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน 

2. กำหนดเป้าหมายของการลงทุน
         การกำหนดเป้าหมายการลงทุน หรือการตั้งเป้าประสงค์จุดหมายปลายทางจากผลของการลงทุน คุณลงทุนเพื่อ ? เพื่ออะไรกำหนดให้ชัดแล้วเดินไปหาสิ่งนั้น เช่น เพื่อเป็นรายได้เสริม เพื่อเป็นอาชีพหลัก เพื่อเป็นเงินออม หรือเพื่อเงิน 1 ก้อนสำหรับทำอะไรสักอย่าง เช่นลงทุนเปิดร้าน นำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์  หรือเพื่ออิสระภาพทางการเงิน แบบว่าชีวิตนี้ฉันจะไม่ทำงานประจำแล้ว สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นไปได้ขอเพื่อเป้าหมายคุณชัดเจน แล้วเดินไปตามสไตล์ที่คุณเป็น คุณทำได้ !

3. วางแผนระยะเวลาการลงทุน
          เวลาและอาชีพของคุณถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกระยะเวลาการลงทุน เนื่องจากหุ้นในตลาดหุ้นมีหลายแบบมีความผันผวนแตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละตัว บางตัวขึ้นลงเร็ว บางตัวเป็นไปอย่างช้า ๆ  แน่นอนอาชีพที่คุณทำเหมาะกับการซื้อหุ้นแบบไหน หากคุณต้องทำงานตลอดวันและต้องเฝ้าระวังราคาหุ้นไปด้วยคงไม่สนุกแน่ พฤติกรรมหุ้นกับเวลาที่คุณมีควรสอดคล้องกัน ดังนั้นคุณจึงควรกำหนดระยะเวลาเล่นหุ้นให้เหมาะสม ซึ่งจะมีประเภทของระยะเวลาการลงทุน ดังนี้
               ลงทุนระยะสั้น  เหมาะสำหรับหุ้นที่ขึ้นลงเร็วจะซื้อขายรายวัน หรือ 2-3 วัน ต้องมีเวลามากพอที่จะเฝ้าราคาหุ้น กลุ่มนี้เป็นสไตล์นักลงทุนแบบเกร็งกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น มะได้คาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล
               ลงทุนระยะกลาง  จะมีการซื้อขายปีละประมาณ ปีละ 1-4 ครั้ง ซื้อขายตามวิกฤตตลาด เน้นส่วนต่างจากราคาหุ้นในรอบปีนั้น ๆ  เป็นนักเกร็งกำไรแต่กลุ่มนี้จะใช้เวลาดูหุ้นไม่มากเท่ากลุ่มแรก
               ลงทุนระยะยาว  เป็นกลุ่มนิยมออมเงิน เช่นซื้อเก็บเป็นรายเดือนไม่เน้นราคาหุ้นที่ขึ้นลง แต่หวังผลตอบแทนระยะยาวจากเงินปันผล  และเป็นกลุ่มนักลงทุนแบบ VI คือ เน้นการเป็นเจ้าของธุรกิจร่วม  นักลงทุนกลุ่มนี้จะพิจารณาเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี หรือเลือกลงทุนในหุ้นที่คิดว่าจะเติบโตในอนาคต หวังผลตอบแทนจากเงินปันผล และส่วนต่างของราคาหุ้น

        หากคุณคิดจะเป็นนักลงทุนคุณจะต้องวางแผนการลงทุนของคุณด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และเลือกในแบบที่คุณสามารถบริหารจัดการได้จริง สิ่งสำคัญและเน้นย้ำทุกครั้งไปคือ ควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเอง


วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เจ้าของกิจการกับการลงทุนในหุ้น

          ความแตกต่างของเป็นเจ้าของกิจการกับการลงทุนในหุ้น  
          เจ้าของกิจการต้องใช้เงินลงทุน ในการเริ่มกิจการ มีเงินหมุนเวียนพอที่จะบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีความคล่องตัว หากต้องการเปลี่ยนประเภทธุรกิจจะมีขั้นตอนค่อนข้างมาก  ส่วนการลงทุนในหุ้นใช้เงินลงทุนตามกำลัง สามารถเปลี่ยนธุรกิจได้โดยง่าย เพียงขายหุ้นบริษัทเดิมแล้วนำเงินไปซื้อหุ้นบริษัทใหม่เลือกตามความชอบได้เต็มที่เลย

           ธุรกิจในตลาดหุ้นมีหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ระกอบด้วย กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง  กลุ่มธุรกิจการเงิน  กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร  กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค  กลุ่มเทคโนโลยี  กลุ่มทรัพยากร  กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม  กลุ่บริการ   ซึ่งในแต่กลุ่มจะแยกย่อยประเภทธุรกิจลงไปอีก  หากชอบกลุ่มไหนมั่นใจกลุ่มไหนก็พิจารณาเลือรายชื่อบริษัทในแต่ละกลุ่มได้ สิ่งสำคัญควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทก่อนตัดสินใจ เพราะหากเลือกแล้วนั่นคือธุรกิจของคุณเอง  หากลงมือจริงจังสามารถเปลี่ยนอนาคตได้เลย

           รายชื่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ตลาด SET และ ตลาด MAI หุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ชื่อหุ้นในตลาดหุ้นจะใช้เป็นชื่อย่อ เช่น
           BBL            ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
           BTS                   บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
            BKKCP    กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก

          NKI            บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
            NMG            บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

          NNCL            บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน)

          NOBLE            บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

          NOK            บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน)



           หุ้นที่เราจะลงทุนเรียกว่าหุ้นสามัญ เมื่อเราถือหุ้นแล้วเราจะมีสิทธิออกเสียงได้ตามสัดส่วนที่เราถือหุ้น เรียกว่า ถือ มากมีสิทธิมีเสียงมาก และมีสิทธิได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลของบริษัทที่ได้มาจากผลประกอบการของบริษัท  เช่นเดียวกันปันผลแบ่งตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถือไว้ และยังได้สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มก่อน  หากบริษัทมีการเพิ่มทุน
           หลายคนอาจจะเห็นว่าการเล่นหุ้นเป็นเรื่องยาก จะว่าไปคงไม่ยากไปกว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเอง  ถ้าคิดว่าการเล่นหุ้นคือการทำธุรกิจของเราเองนึกว่าเราเป็นเจ้าของธุรกิจในบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ ง่าย ๆ  เราก็เพียงศึกษาทำความเข้าใจกับธุรกิจของเรา การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ในทุกการลงทุนล้วนแล้วมีความเสี่ยงทุกการลงทุนเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยว่ากันไปตามรสนิยมของผู้เลือกลงทุน


วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทำความรู้จักตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ก่อนลงทุนเล่นหุ้นเราควรทำความรู้จักกับส่วนกลางของการซื้อขายหลักทรัพย์ของเรา นั่นก็คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ตามพระราชบัญัญติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517  มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดให้มีแหล่งกลางสำหรับซื้อขายหลักทรัพย์  ส่งเสริมการออม  และการระดมเงินทุนภายในประเทศ  และได้มีการแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับรายได้  เพื่อให้สามารถนำเงินออมมาลงทุนในตลาดทุนได้   และในปี พ.ศ. 2518  ข้อกำหนดทางกฎหมายต่าง ๆ ได้รับการปรับปุรงแก้ไขให้เหมาะสม   และในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศได้ได้เปดทำการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ  ภายใต้ชื่อ Securities Exchange of Thailand  และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “The Stock Exchange of Thailand” หรือ “SET”  เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2534    
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญในตลาดทุนและตลาดการเงินไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายหลักทพรัญ์  และเป็นกลไกหรือตัวกลางในการระดมเงินออกหรือเงินทุนส่วนเกิน  จากภาคครัวเรือนและจัดสรรเงินทุนสู่ภาคการผลิตที่ต้องการเงินทุน  ทำให้การออมและการลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และยังเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายและเปลี่ยนหลักทรัพย์จดทะเบียนประเภทต่างๆ 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ คณะกรรมการ ก.ล.ต.  มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและควบคุมการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ภายใต้ขอบเขตของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
นี่คือพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีความยาวนานพอสมควร ปัจจุบันมีธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ มากว่า  500 บริษัท  ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาร่วมธุรกิจที่ได้ตามต้องการ

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เริ่มเล่นหุ้น

การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ วีดวิ้ววว คำนี้ยังสามารถใช้ได้เสมอ บางท่านเห็นการเล่นหุ้นเป็นงานอดิเรก แต่บางท่านเห็นว่าเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น คำตอบเดียว  "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"  สรุป คือ ผู้เขียนแนะนำให้ผู้สนใจเล่นหุ้นศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้มาก ๆ  นักลงทุนควรมีข้อมูลประกอบการพินิจพิเคราะห์จนกลายเป็นแนวคิดของตนเอง แต่ละคนจะมีสไตล์การลงทุนที่มีความแตกต่างกันออกไป  ครั้งแรกที่ลองเล่นคิดแบบนี้ เมื่อมีประสบการณ์เพิ่มบวกกับข้อมูลที่ศึกษาเพิ่มแนวคิดสามารถปรับเปลี่ยนได้ความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล  คำถาม  คุณอยากเป็นนักลงทุนแบบใด อย่าคิดมากเรามาตามหาตัวตนของคุณกันดีกว่า  

การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นการร่วมทุน หรือร่วมความเป็นเจ้าของธุรกิจ (บริษัท) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  ซึ่งผู้ลงทุนจะใช้เงินไม่มากเท่าการทำธุรกิจ  การร่วมทุนในหุ้นใช้เงินลงทุน  ระยะเวลาคืนทุน และมีความเสี่ยงน้อยกว่า มีธุรกิจหลากหลายในตลาดหุ้นสำหรับผู้สนใจลงทุน   เมื่อเราร่วมหุ้นในธุรกิจที่เรามั่นใจแล้วหากธุรกิจนั้นมีผลกำไร  ผู้ที่ถือหุ้นก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล แต่หากขาดทุนก็จะเสี่ยงเงินส่วนที่ร่วมทุนไปด้วย  ฉันใดฉันนั้นไม่ว่าจะธุรกิจมีความเสี่ยงทั้งสิ้น  เน้นย้ำการลดความเสี่ยงสามารถทำได้ด้วยการศึกษาข้อมูล และข้อเท็จจริงตลอดเวลา

ประเภทของผู้ลงทุนในตลาด แบ่งเป็น 2 ประเภท
1. ผู้ลงทุนประเภทสถาบัน หรือนิติบุคคล  ได้แก่ ธนาคาร บริษัท ส่วนราชการ รัฐวิสากิจ สถาบันการเงิน กองทุนต่างๆ และผู้ลงทุนจากต่างประเทศที่มีลักษณะเป็นสถาบันหรือนิติบุคคล
2. ผู้ลงทุนประเภทบุคคล ได้แก่ ผู้ลงทุนรายย่อยทั่วไป

ผู้ลงทุนทั้ง 2 ประเภท มีความคาดหวังผลตอบแทน ความเสี่ยงที่รับได้ เป้าหมายการลงทุน ข้อจำกัดในการลงทุนที่แตกต่างกัน แต่มีความต้องการผลตอบแทนสูงสุด ความเสี่ยงต่ำสุด  และท้ายที่สุดแล้วผู้ลงทุนทั้ง 2 ประเภทต้องลงทุนภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับเดียวกัน