การวางแผนการลงทุนถือเป็นข้อพิจารณาสำคัญในการกำหนดวิถีเส้นทางการลงทุน
1. วางแผนทางการเงิน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอันดับแรกที่เราจะต้องพิจารณา คือ ความพร้อมด้านการเงิน ซึ่งควรเป็นเงินที่เหลือเก็บ เป็นเงินส่วนที่ไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งตรวจสอบภาระหนี้สินปัจจุบันที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนสินทรัพย์ (บ้าน คอนโดมิเนี่ยม รถ คอมพิวเตอร์) การผ่อนชำระบัตรเครดิต (หมวดนี้สำคัญเพราะเป็นการใช้เงินในอนาคตไปแล้ว) หมวดหนี้สินจะรวมดอกเบี้ยจ่ายด้วย ดังนั้นภาระหนี้สินจึงจัดค่าใช้จ่ายรายเดือนซึ่งต้องกันเงินไว้ส่วนหนึ่ง แน่นอนที่สุดหากคุณไม่มีเงินเหลือเก็บคุณก็ไม่ควรกู้ยืมเงินมาลงทุนในหุ้น เพราะคุณต้องเผื่อค่าความเสี่ยงจากการลงทุน ไว้สำหรับผ่อนหนักผ่อนเบาตามสถานการณ์หุ้นขึ้น-ลง โดยเฉพาะการลงทุนแบบมีความรู้เตาะแตะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดกระทบสถานะการเงินจะกระทั้งเข็ดและเลิกเล่นหุ้นไปเลย ความผิดมะได้อยู่ที่คุณเล่นหุ้นพลาดแต่ผิดตั้งแต่คุณใช้เงินผิดประเภทมาลงทุน
ดังนั้นควรรอบคอบก่อนการลงทุน เมื่อพร้อมคุณก็เริ่มกำหนดเงินที่จะนำมาลงทุน ย้ำควรเป็นเงินเย็น และหากเสียเงินก้อนนี้ไปจะไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน
2. กำหนดเป้าหมายของการลงทุน
การกำหนดเป้าหมายการลงทุน หรือการตั้งเป้าประสงค์จุดหมายปลายทางจากผลของการลงทุน คุณลงทุนเพื่อ ? เพื่ออะไรกำหนดให้ชัดแล้วเดินไปหาสิ่งนั้น เช่น เพื่อเป็นรายได้เสริม เพื่อเป็นอาชีพหลัก เพื่อเป็นเงินออม หรือเพื่อเงิน 1 ก้อนสำหรับทำอะไรสักอย่าง เช่นลงทุนเปิดร้าน นำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือเพื่ออิสระภาพทางการเงิน แบบว่าชีวิตนี้ฉันจะไม่ทำงานประจำแล้ว สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นไปได้ขอเพื่อเป้าหมายคุณชัดเจน แล้วเดินไปตามสไตล์ที่คุณเป็น คุณทำได้ !
3. วางแผนระยะเวลาการลงทุน
เวลาและอาชีพของคุณถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกระยะเวลาการลงทุน เนื่องจากหุ้นในตลาดหุ้นมีหลายแบบมีความผันผวนแตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละตัว บางตัวขึ้นลงเร็ว บางตัวเป็นไปอย่างช้า ๆ แน่นอนอาชีพที่คุณทำเหมาะกับการซื้อหุ้นแบบไหน หากคุณต้องทำงานตลอดวันและต้องเฝ้าระวังราคาหุ้นไปด้วยคงไม่สนุกแน่ พฤติกรรมหุ้นกับเวลาที่คุณมีควรสอดคล้องกัน ดังนั้นคุณจึงควรกำหนดระยะเวลาเล่นหุ้นให้เหมาะสม ซึ่งจะมีประเภทของระยะเวลาการลงทุน ดังนี้
ลงทุนระยะสั้น เหมาะสำหรับหุ้นที่ขึ้นลงเร็วจะซื้อขายรายวัน หรือ 2-3 วัน ต้องมีเวลามากพอที่จะเฝ้าราคาหุ้น กลุ่มนี้เป็นสไตล์นักลงทุนแบบเกร็งกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น มะได้คาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล
ลงทุนระยะกลาง จะมีการซื้อขายปีละประมาณ ปีละ 1-4 ครั้ง ซื้อขายตามวิกฤตตลาด เน้นส่วนต่างจากราคาหุ้นในรอบปีนั้น ๆ เป็นนักเกร็งกำไรแต่กลุ่มนี้จะใช้เวลาดูหุ้นไม่มากเท่ากลุ่มแรก
ลงทุนระยะยาว เป็นกลุ่มนิยมออมเงิน เช่นซื้อเก็บเป็นรายเดือนไม่เน้นราคาหุ้นที่ขึ้นลง แต่หวังผลตอบแทนระยะยาวจากเงินปันผล และเป็นกลุ่มนักลงทุนแบบ VI คือ เน้นการเป็นเจ้าของธุรกิจร่วม นักลงทุนกลุ่มนี้จะพิจารณาเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี หรือเลือกลงทุนในหุ้นที่คิดว่าจะเติบโตในอนาคต หวังผลตอบแทนจากเงินปันผล และส่วนต่างของราคาหุ้น
หากคุณคิดจะเป็นนักลงทุนคุณจะต้องวางแผนการลงทุนของคุณด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และเลือกในแบบที่คุณสามารถบริหารจัดการได้จริง สิ่งสำคัญและเน้นย้ำทุกครั้งไปคือ ควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น