เจ้าของกิจการต้องใช้เงินลงทุน ในการเริ่มกิจการ มีเงินหมุนเวียนพอที่จะบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีความคล่องตัว หากต้องการเปลี่ยนประเภทธุรกิจจะมีขั้นตอนค่อนข้างมาก ส่วนการลงทุนในหุ้นใช้เงินลงทุนตามกำลัง สามารถเปลี่ยนธุรกิจได้โดยง่าย เพียงขายหุ้นบริษัทเดิมแล้วนำเงินไปซื้อหุ้นบริษัทใหม่เลือกตามความชอบได้เต็มที่เลย
ธุรกิจในตลาดหุ้นมีหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มทรัพยากร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่บริการ ซึ่งในแต่กลุ่มจะแยกย่อยประเภทธุรกิจลงไปอีก หากชอบกลุ่มไหนมั่นใจกลุ่มไหนก็พิจารณาเลือรายชื่อบริษัทในแต่ละกลุ่มได้ สิ่งสำคัญควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทก่อนตัดสินใจ เพราะหากเลือกแล้วนั่นคือธุรกิจของคุณเอง หากลงมือจริงจังสามารถเปลี่ยนอนาคตได้เลย
รายชื่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ตลาด SET และ ตลาด MAI หุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ชื่อหุ้นในตลาดหุ้นจะใช้เป็นชื่อย่อ เช่น
| BBL | ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) | |
| BTS | บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) |
| ||||||||||||||||||||||
หุ้นที่เราจะลงทุนเรียกว่าหุ้นสามัญ เมื่อเราถือหุ้นแล้วเราจะมีสิทธิออกเสียงได้ตามสัดส่วนที่เราถือหุ้น เรียกว่า ถือ มากมีสิทธิมีเสียงมาก และมีสิทธิได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลของบริษัทที่ได้มาจากผลประกอบการของบริษัท เช่นเดียวกันปันผลแบ่งตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถือไว้ และยังได้สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มก่อน หากบริษัทมีการเพิ่มทุน
หลายคนอาจจะเห็นว่าการเล่นหุ้นเป็นเรื่องยาก จะว่าไปคงไม่ยากไปกว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเอง ถ้าคิดว่าการเล่นหุ้นคือการทำธุรกิจของเราเองนึกว่าเราเป็นเจ้าของธุรกิจในบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ ง่าย ๆ เราก็เพียงศึกษาทำความเข้าใจกับธุรกิจของเรา การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ในทุกการลงทุนล้วนแล้วมีความเสี่ยงทุกการลงทุนเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยว่ากันไปตามรสนิยมของผู้เลือกลงทุน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น